1. การออกแบบแบบรวมทุกอย่างไว้ในตัว (All-in-One) ที่มีการผสานรวมสูง รวมแบตเตอรี่ LFP (ลิเธียม เหล็ก ฟอสเฟต), ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS), ระบบปรับสภาพพลังงานแบบสองทิศทาง (PCS), ระบบจัดการพลังงาน (EMS), ระบบจัดการความร้อน และระบบป้องกันอัคคีภัยไว้ในตู้เดียวกัน โครงสร้างแบบกะทัดรัด ติดตั้งแบบเสียบปลั๊กและใช้งานได้ทันที (plug-and-play) และระยะเวลาติดตั้งสั้น (โดยทั่วไป 1–3 วัน)
2. ประสิทธิภาพที่มั่นคงและมีประสิทธิผลสูง กำลังไฟฟ้าที่กำหนดไว้ 50 กิโลวัตต์ ความจุพลังงานที่กำหนดไว้ 100 กิโลวัตต์-ชั่วโมง อัตราการชาร์จ-คายประจุมาตรฐาน 0.5C ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบไม่ต่ำกว่า 90% และอายุการใช้งานแบบวงจร (cycle life) มากกว่า 6,000 ครั้ง (เทียบเท่าอายุการใช้งาน 10 ปี) ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการพลังงานที่มั่นคงในระยะยาวสำหรับสถานการณ์เชิงอุตสาหกรรมและพาณิชย์
3. ระดับการป้องกันความปลอดภัยสูง ติดตั้งระบบกันฝุ่นและกันน้ำระดับ IP54/IP55 และมีความต้านทานการกัดกร่อนระดับ C5 พร้อมติดตั้งเครื่องตรวจจับควัน เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ และระบบดับเพลิงแบบสารสะอาด (เฮปตาฟลูโอโรโพรเพน/แอโรซอล) ภายในตัวเครื่อง โดยมีการป้องกันเพลิงไหม้ในระดับเซลล์แบตเตอรี่และแยกกลุ่มเซลล์ในระดับคลัสเตอร์ สามารถทำงานได้อย่างเสถียรในช่วงอุณหภูมิที่กว้างตั้งแต่ -25℃ ถึง 60℃
4. การดำเนินงานและการบำรุงรักษาอย่างชาญฉลาด ติดตั้งระบบจัดการพลังงานในสถานที่ (EMS) และแพลตฟอร์มตรวจสอบระยะไกลผ่านระบบคลาวด์ รองรับการสื่อสารผ่าน RS485/CAN/Ethernet สามารถสลับการทำงานระหว่างเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าและไม่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าได้ในระดับมิลลิวินาที (น้อยกว่า 20 มิลลิวินาที) รองรับการอัปเกรดระยะไกลผ่าน OTA และการวินิจฉัยข้อบกพร่องด้วยตนเอง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและการบำรุงรักษาด้วยแรงงานคนลงอย่างมาก
5. ยืดหยุ่นและขยายขนาดได้ ใช้การออกแบบแบบโมดูลาร์ ซึ่งสามารถทำให้ตู้เดี่ยวทำงานได้อย่างอิสระ หรือขยายกำลังการผลิตโดยการต่อพ่วงตู้หลายตู้แบบขนาน เพื่อตอบสนองความต้องการในการเพิ่มกำลังการผลิต สามารถติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ทั้งแบบยึดติดผนังหรือวางบนพื้น โดยใช้พื้นที่น้อย